คันโยก Joy-Con ของ Nintendo Switch เพี้ยน? จับเปลี่ยนเองซะเลย

เพราะไม่มีเงินซื้อใหม่ทั้งชุด เลยซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนแทน

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อ Nintendo Switch มาเล่นเกมที่ชอบ ซึ่งซื้อมาหลายปีและเล่นเป็นประจำ และเจอปัญหาว่าคันโยกของ Joy-Con มีอาการเพี้ยน หรือที่เค้าเรียกกันว่า Stick Dirft ซึ่งเป็นอาการปกติที่อาจจะเจอกันได้

คันโยกเพี้ยนหรือ Stick Drift

ปัญหาคันโยกเพี้ยนคือการที่เราโยกคันโยกเวลาเล่นเกม แล้วคันโยกไม่เด้งกลับไปที่ตรงกลาง แต่จะเอียงไปทางใดทางนึง แล้วเราต้องขยับมันนิดหน่อย มันถึงจะกลับไปอยู่ที่ตรงกลาง

อาการหนักมาก ขนาดปล่อยคันโยกแล้วยังค้างอยู่ข้างบน

เราสามารถทดสอบได้ด้วย Calibrate Control Sticks ที่อยู่ใน Settings ของเครื่อง ด้วยการลองโยกคันโยกหลายๆครั้งแล้วปล่อย โดยตำแหน่งคันโยกจะต้องกลับมาอยู่ตรงกลางทุกครั้งหลังจากเราปล่อยคันโยกนั่นเอง

เมื่อไม่ได้แตะคันโยก ก็ควรจะอยู่ตรงกลางเสมอ

อาการหนักเกินและไม่สามารถ Calibrate เพื่อแก้ปัญหาได้

โดยปกติแล้วถ้าอาการไม่หนักมาก เราก็สามารถ Calibrate หรือหยอด WD-40 เพื่อให้มันหายเป็นปกติได้ แต่ถ้าใช้งานไปนานๆแล้ววิธีเหล่านั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว ก็อาจจะต้องเปลี่ยนคันโยกใหม่

ต้องเตรียมอะไรบ้าง

อะไหล่คันโยกของ Joy-Con

สามารถสั่งซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ราคาอยู่ที่ประมาณ 60–100 บาท

ไขควงหัว 3 แฉกและ 4 แฉกขนาดเล็ก

สำหรับหัว 4 แฉกขนาดเล็กมักจะมีอยู่แล้วในไขควงอเนกประสงค์แบบเปลี่ยนหัวได้ แต่ที่หายากคือไขควงแบบหัว 3 แฉกขนาดเล็ก ซึ่งเป็นหัวพิเศษไม่ค่อยมีขายทั่วไป เลยต้องหาสั่งซื้อในอินเตอร์เน็ต

โดยไขควงแบบนี้มักจะขายคู่กับคันโยกของ Joy-Con เลย

อื่นๆตามใจชอบ

ที่เหลือก็จะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบง่ายๆ อย่างเช่น คีมคีบอันเล็กสำหรับคีบสายวงจร และแท่งพลาสติกสำหรับงัด

เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาแกะ Joy-Con เพื่อเปลี่ยนคันโยกกันได้เลย

เริ่มแกะ Joy-Con

สำหรับ Joy-Con จะประกอบไปด้วยแผ่นฐานทั้งหมด 3 ส่วนด้วยกัน คือ ฐานด้านหน้า, ฐานตรงกลาง และฐานด้านหลัง (หรือฝาหลัง)

การเปลี่ยนคันโยกของ Joy-Con จะต้องถอดฝาหลังและฐานตรงกลางออก

เริ่มจากให้ใช้ไขควง 3 แฉกเพื่อขันสกรูที่อยู่ด้านหลัง Joy-Con ทั้ง 4 จุดออกให้หมดก่อน

เมื่อไขสกรูออกหมดแล้ว ให้งัดฝาหลังออกมา โดยงัดจากฝั่งที่มีส่วนโค้ง เพราะว่าด้านที่มีสลักล็อค Joy-Con เข้ากับตัวเครื่องจะมีสายแพอยู่ด้วย

ที่สลักล็อค Joy-Con เข้ากับตัวเครื่องจะมีสายแพ 2 เส้น ดังนั้น

การเปิดฝาหลังสามารถทำได้ง่าย ดังนั้นไม่ต้องออกแรงเยอะมากนัก จะได้ไม่ต้องกลัวว่าสายแพขาด

ต่อไปให้แงะแบตเตอรีออกมาจากช่องใส่แบตเตอรี โดยด้านข้างจะมีร่องสำหรับงัด ให้ใช้แท่งพลาสติกงัดออกมา

ด้านหลังแบตเตอรีจะมีเทปกาวเพื่อยึดให้ติดกับฐาน แต่ไม่ได้เหนียวมากนัก ดังนั้นไม่ต้องใช้แรงมากนักก็สามารถแงะแบตเตอรีออกมาได้ แต่ให้ระวังสายไฟของแบตเตอรีด้วย เพราะว่าเราจะไม่ได้ถอดออก เนื่องจากการเปลี่ยนคันโยกจะไม่ได้ยุ่งกับวงจรส่วนนั้น (เปลี่ยนคันโยกทั้งๆที่ใช้งานได้อยู่นี่แหละ)

ต่อาให้ถอดฐานตรงกลางออก โดยขันสกรูทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน

ขันสกรูแค่ 3 จุดที่วงไว้ในภาพก็เพียงพอแล้ว

เพราะตำแหน่งสกรูอีก 2 จุดที่เหลือคือสกรูสำหรับยืดแผงวงจรเข้ากับฝาหน้า ดังนั้นจะขันหรือไม่ขันออกก็มีค่าเท่ากัน จึงมีแค่สกรูแค่ 3 ตัวเท่านั้นที่ยึดแผ่นฐานตรงกลางเข้ากับฝาหน้า

เมื่อขันสกรูออกแล้วก็สามารถยกฐานตรงกลางออกมาได้เลย

นอกจากมีช่องใส่แบตเตอรีแล้ว ฐานตรงกลางยังมีปุ่ม R/L ด้วย โดยจะมีสายแพเชื่อมกับวงจรอยู่ ดังนั้นยกออกมาวางไว้ข้างๆก็พอ เพื่อจะได้ไม่ต้องถอดสายแพสำหรับปุ่ม R/L ออก

หน้าตาของแผงวงจรใน Joy-Con โดยในกรอบสี่เหลี่ยมคือคันโยกของ Joy-Con

ต่อมาเราจะทำการถอดสายแพและขันสกรูของคันโยกออกมาเพื่อใส่อันใหม่เข้าไปแทน โดยจะมีสายแพ 1 เส้น และสกรู 2 จุด

จะเห็นว่าสกรูตัวหนึงถูกบังด้วยสายแพของปุ่ม +/- ดังนั้นให้ถอดสายแพของปุ่ม +/- ออกก่อน

สายแพต่างๆจะต่อกับวงจรด้วยสลักล็อค โดยการถอดสายแพออกจะต้องงัดสลักขึ้นก่อน สังเกตุได้จากพลาสติกสีเทา/สีดำที่จุดต่อสายแพ

เมื่องัดสลักขึ้นแล้ว ก็ให้ใช้คีบหนีบสายแพออกมา

แล้วทำการขันสกรูและถอดสายแพของคันโยกออกให้หมดซะ และจะสามารถถอดคันโยกออกมาได้เลย

จากนั้นก็ถึงเวลาใส่คันโยกตัวใหม่เข้าไปแล้ววววว

ไม่ต้องไปสนใจสีของสายแพ เพราะไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว

เริ่มจากต่อสายแพก่อน โดยให้คีมหนีบสายแพเพื่อเสียบเข้าไปที่จุดเดิม แล้วดันสลักล็อคลงเหมือนเดิมซะ (อย่าลืมทดสอบขยับสายแพเพื่อดูว่าเสียบแน่นหรือไม่ด้วยนะ)

เนื่องจากคันโยกมันจะนูนที่ด้านหน้าของ Joy-Con อาจจะทำให้ขันสกรูกลับเข้าไปได้ยาก เราขอแนะนำให้หาอะไรมารองฝาหน้าของ Joy-Con จะได้ขันสกรูได้ง่ายขึ้น

ยางลบนี่คืออุปกรณ์อเนกประสงค์สุดๆสำหรับผมแล้ว

จากนั้นก็ขันสกรูยึดคันโยกทั้ง 2 จุดเข้ากับฝาหน้าให้เหมือนเดิมซะ

ส่วนสายแพที่ถอดออกมาชั่วคราวเพราะมันไปบังตอนถอดคันโยก ก็ใส่กลับไปที่เดิมให้เรียบร้อย

เสียบเข้าไปแล้ว อย่าลืมดันสลักล็อคลงมาด้วยล่ะ

จากนั้นวางแผ่นฐานตรงกลางทับลงไปที่เดิมแล้วขันสกรูทั้ง 3 ตัวให้เหมือนเดิม

แล้ววางแบตเตอรีลงไปในช่องเดิม

จากนั้นก็ปิดฝาหลังให้เหมือนเดิมซะ โดยแนะนำให้ใส่จากด้านที่มีสลักล็อคกับตัวเครื่องก่อน

เพราะด้านนี้ต้องใส่ให้ตรงร่อง ไม่งั้นจะปิดฝาหลังไม่สนิท

ถึงขั้นตอนนี้จะทดสอบคันโยกด้วย Calibrate ใน Settings ก่อนที่จะขันสกรูสำหรับฝาหลังก็ได้ เผื่อมีปัญหาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแกะใหม่อีกครั้ง

โดยทดสอบทุกอย่างให้เรียบร้อย ดูว่าอาการคันโยกเพี้ยนหายแล้วหรือยัง ปุ่มต่างๆสามารถกดได้เหมือนเดิมใช่มั้ย และไฟ LED ทำงานได้ปกติหรือป่าว

เมื่อทดสอบทั้งหมดแล้ว และสามารถทำงานได้ปกติทุกอย่างก็ขันสกรูหัว 3 แฉกเพื่อปิดฝาหลังได้เลยจ้าาาาาา

เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เพียงเท่านี้ก็สามารถกลับมาเล่นเกมต่างๆใน Nintendo Switch ได้เหมือนเดิม ไร้อาการหงุดหงิดจากปัญหาคันโยกเพี้ยนแล้ว

โดยการเปลี่ยนคันโยกนั้นสามารถทำได้ค่อนข้างง่าย สามารถซื้ออะไหล่และเครื่องมือได้ในราคาที่ไม่แพง (เมื่อเทียบกับซื้อ Joy-Con ใหม่) และนอกจากนี้เรายังสามารถตุนอะไหล่คันโยกเก็บไว้ได้อีกด้วย เผื่อวันหน้าเจอปัญหานี้อีกครั้ง ก็ค่อยจับเปลี่ยนใหม่ซะ

Lovely android developer who enjoys learning in android technology, habitual article writer about Android development for Android community in Thailand.

Lovely android developer who enjoys learning in android technology, habitual article writer about Android development for Android community in Thailand.