นักพัฒนาแอนดรอยด์ต้องรู้อะไรบ้างเมื่อ Google แพ้คดี Java API ให้กับ Oracle

อย่างแรกก็คือ Google เสียตังไงล่ะ

ความเป็นมาของคดีฟ้องร้องนี้

จริงๆแล้วคดีนี้มีการฟ้องร้องกันตั้งแต่ปี 2010 แล้วนะ ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวเรื่องนี้ก็จะพบว่ามันเป็นคดีที่ใช้เวลานานมากๆคดีหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้นผมก็อ่านจาก Blognone เอาเนี่ยแหละ เพราะว่าเป็นข่าวใหญ่ในยุคนั้นเลยล่ะ

ในปี 2012 ศาลได้ตัดสินว่า Google ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรของ Oracle แต่อย่างใด ซึ่งทำให้ Google รอดตัวจากคดีนี้ไป

แต่ว่าละครเรื่องนี้ก็ไม่ได้จบลงในทันที เพราะถ้าผมเป็น Oracle ผมก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเหมือนกัน จึงมีการยื่นอุทธรณ์กันต่อจนคดีกลับเข้าสู่ศาลอุทธรณ์ได้ในปี 2013

ซึ่งในระหว่างนั้นทาง Google ก็ได้ส่งเรื่องไปศาลฎีกาเพื่อให้ตีความว่า API ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่

แต่ศาลฎีกาก็ปฏิเสธไม่รับพิจารณาในเรื่องที่ Google ยื่น ก็เลยกลับไปตัดสินกันต่อตามเดิมในศาลอุทธรณ์

จนในปี 2014 คดีก็พลิกในทันที เพราะศาลก็ได้ตัดสินใหม่อีกครั้งว่า Google มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในโค้ดของ Oracle

เรื่องนี้ก็เลยลากยาวกันต่อไป เพราะคดีนี้จะต้องส่งกลับไปให้ศาลขั้นต้นพิจารณากันใหม่จน Oracle ได้เรียกเงินเพิ่มเป็น 9,300 ล้านเหรียญ โดยประเมินจากความเสียหายที่ Oracle ควรจะได้รับบวกกับกำไรที่ Google ทำรายได้ในบริการที่เกี่ยวข้องกับ Android

และล่าสุดศาลได้ตัดสินให้ Google ชดเชยค่าเสียหายให้กับ Oracle เป็นมูลค่า 8,800 ล้านเหรียญ

ทำไมใน Blognone ไม่มีข่าวนี้หว่า…

แล้ว Android จะย้ายไปใช้ Kotlin แทน Java เลยมั้ย?

จากข่าวของ Tech Talk Thai ที่แพร่หลายออกไปจึงทำให้นักพัฒนาแอนดรอยด์หลายๆคนสงสัยขึ้นมาแบบนี้กันเยอะพอสมควร เพราะว่า Google เคยประกาศในงาน Google I/O 2017 ว่าจะรองรับภาษา Kotlin ใน Android อย่างเป็นทางการ

บ้างก็คาดเดาไปจนถึงว่าการรองรับ Kotlin อย่างเป็นทางการนี้ก็เพื่อที่ Android จะได้ย้ายไปใช้ Kotlin แทน Java ซะเลย จะได้ไม่ต้องมีปัญหากับ Oracle อีกต่อไป

ซึ่งในความเป็นจริงนั้น…

Android ย้ายไปใช้ OpenJDK ตั้งแต่ Android 7.0 Nougat แล้ว

เดิมทีั้น Android OS ใช้ Apache Harmony ซึ่งเป็น Open-source Java

อาจจะฟังดูงง ว่าเป็น Open-source แล้วทำไม Google ถึงโดน Oracle ฟ้องร้อง ต้องเข้าใจก่อนว่าที่โดนฟ้องร้องไม่ใช่เรื่องการใช้ Harmony แต่เป็นการลอกโค้ดหรือ API ของ Oracle ที่อยู่ใน Library ที่ Google พัฒนาขึ้นมาใช้ใน Android เอง เพราะไม่มีให้เรียกใช้งานใน Harmony

ในปี 2016 ได้มีการเปิดตัวของ Android 7.0 Nougat ที่มาพร้อมกับการย้ายไปใช้ OpenJDK แทน ซึ่งเป็น Open-source Project ที่หลายๆบริษัทใหญ่ช่วยกันพัฒนาเช่น Oracle, Apple และ IBM ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ของ Oracle ไปในทันที

แถมอนาคตของ OpenJDK ก็ดูดีด้วย เพราะว่า Oracle มีแผนเตรียม Open-source ตัว Oracle JDK ทั้งหมดเข้า OpenJDK

เพิ่มเติม — โดยในช่วงเวลาเดียวกันนั้น Android Studio 2.2 ก็ได้ย้ายไปใช้ OpenJDK ด้วยเช่นกัน จากเดิมที่ต้องไปโหลด Oracle JDK จากเว็ป Oracle มาลง ก็สามารถ Bundle ตัว OpenJDK ไว้ใน Android Studio ได้แล้ว

ดังนั้นการที่ Google รองรับ Kotlin จึงไม่เกี่ยวกับคดีนี้แต่อย่างใด ผมมองว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเขียน Android App มากกว่า ดังนั้นใครที่เขียนด้วย Java อยู่แล้วกังวลในเรื่องนี้ก็สบายใจได้เลย แต่ผมก็แนะนำให้ลองเขียนด้วย Kotlin ดูนะ เพราะว่า Kotlin นั้นมีข้อดีเยอะมากจนไม่แปลกใจว่าทำไม Android ถึงรองรับ Kotlin อย่างเป็นทางการ

และเมื่อมองไปถึงแนวโน้มในอนาคต ต่อให้ไม่มีเรื่องคดีฟ้องร้องเกิดขึ้น การพัฒนา Android App โดยใช้ Kotlin ก็จะถูกสนับสนุนมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน เช่น Android P ก็มีการปรับปรุงการทำงานของตัว OS เพื่อให้ Kotlin ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น, Official Documentation ที่มีตัวอย่าง Kotlin เพิ่มเข้ามา หรือ Official Video บน YouTube ของทีมพัมนา Android ที่ยกตัวอย่างโค้ดในการสอนด้วย Kotlin แทน Java

ดังนั้น Core ของ Android ก็ยังคงเป็น Java-based น่ะแหละ แต่เวลาเขียน Android App ก็จะใช้เป็น Kotlin กันมากกว่า Java เท่านั้นเอง

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าใครว่างจัดหรือสนใจเรื่องราวของคดีฟ้องร้องนี้จริงๆ ตามไปอ่านใน Wikipedia ได้ครับ

Lovely android developer who enjoys learning in android technology, habitual article writer about Android development for Android community in Thailand.

Lovely android developer who enjoys learning in android technology, habitual article writer about Android development for Android community in Thailand.