การ Work From Home เป็นบางครั้งบางคราในบริษัท Software ยุคใหม่

เมื่อการ Work From Home ในบริษัท Software สามารถทำให้เห็นอะไรได้มากกว่าการที่คนๆหนึ่งสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้

Work From Home คือการที่เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ ไม่ต้องมาเข้าออฟฟิศ และในบางครั้งก็ไม่ได้เจาะจงเฉพาะบ้านเท่านั้น อาจจะหมายถึงการทำงานนอกสถานที่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกับการทำงาน เพราะมีเหตุจำเป็นต้องไป แต่ก็สามารถนั่งทำงานได้อยู่

ในทุกวันนี้เมื่อลองดูบริษัท Software หลายๆที่ ถ้าไม่นับบริษัทใหญ่ๆ ก็จะพบว่าบริษัทส่วนมากมักจะเปิดโอกาสให้พนักงานภายในบริษัทตัวเองสามารถ Work From Home กันได้

สำหรับผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันนะ เพราะเราอยู่ในยุคที่งานส่วนใหญ่อยู่บน Cloud กันแล้ว ดังนั้นจะทำงานที่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป และ Work From Home ก็เป็นหนึ่งในสวัสดิการสำหรับพนักงานที่สามารถล่อให้คนมาสมัครงานได้ด้วย

ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในบริษัทที่สามารถ Work From Home ได้มา 3 ปีแล้ว (ไม่ขอ Tie-in ชื่อบริษัทละกันนะ) ซึ่งที่นี่ขอ Work From Home ได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์หรือระยะยาวถ้ามีเหตุด่วนที่จำเป็น ทำให้มองเห็นว่าการ Work From Home มันบอกอะไรเราได้บ้าง

การ Work From Home ที่เหมาะสมสำหรับผมคือการที่พนักงานคนหนึ่งสามารถขอ Work From Home ได้เป็นบางครั้งเมื่อมีเหตุจำเป็น เช่น ไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล ต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัด เป็นต้น แต่สำหรับการ Work From Home แบบถาวรเลยอาจจะไม่ค่อยโอเคสำหรับบริษัท Softwareในยุคนี้ที่ทุกๆคนในทีมต้องทำงานร่วมกัน พูดคุยกัน เน้นการสื่อสาร ไม่ใช่งานใครงานมัน เพราะการ Work From Home แบบถาวรจะทำให้คนๆนั้นทำงานร่วมกับคนอื่นๆในทีมได้ไม่ค่อยดีซักเท่าไร

ทำไมบริษัทถึงยอมให้ Work From Home ได้?

ก่อนจะพูดถึงอย่างอื่น เรามาคิดกันก่อนว่าทำไมบริษัทที่ยอมให้เราสามารถ Work From Home ได้

  • งานที่ต้องรับผิดชอบสามารถทำที่ไหนก็ได้
  • ดีกว่าพนักงานลาหยุดไปเลย เพราะถ้าลาหยุด งานก็จะไม่เดิน
  • เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีเหตุจำเป็น ไม่ต้องเสียวันลาโดยเปล่าประโยชน์
  • เปลี่ยนอารมณ์ในการทำงานได้ เพราะอาจจะทำให้ได้ Productivity ที่ดีกว่าการทำงานในออฟฟิศ

ถ้าบริษัทไหนยังลังเลสำหรับเรื่องนี้หรือมองข้ามเรื่องนี้อยู่ ผมก็ขอให้นำมาคิดดูใหม่อีกครั้ง เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้ว ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็ Win-Win กันทั้งสองฝ่าย

ปัญหาจากการ Work From Home

  • ไม่สามารถรู้ได้ว่าคนๆนั้นทำงานเต็มเวลาจริงๆหรือป่าว ถ้า Process ของบริษัทไม่สามารถ Track การทำงานของพนักงานได้ นอกจากการมานั่งทำงานในออฟฟิศให้ครบตามชั่วโมงที่กำหนด
  • ติดต่อผ่านการโทร, Chat หรือ Email เท่านั้น ถ้าจะประชุมก็ต้องประชุมผ่าน Video Conference ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ประสิทธิภาพในการสื่อสารลดลงเมื่อเทียบกับการเจอหน้ากันโดยตรง
  • อาจจะเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างตำแหน่งงานที่สามารถ Work From Home ได้กับตำแหน่งงานที่ Work From Home ไม่ได้ เพราะได้ผลประโยชน์ไม่เท่าเทียมกัน

ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ขึ้นอยู่กับ Process และ Culture ในบริษัทนั้นๆด้วย อย่างเช่นข้อแรก ถ้าไม่สามารถ Track การทำงานของคนๆนั้นได้ ก็แปลว่า Process ในบริษัทของคุณมีปัญหาหรือป่าว ที่ต้องบังคับให้คนมานั่งอยู่ในออฟฟิศ (และก็ Track ไม่ได้อยู่ดีว่าเค้าทำงานจริงหรือป่าว นอกจากจะมีคนมานั่งเฝ้าอีกที) หรือว่าเนื้องานไม่เหมาะกับการทำแบบนี้จริงๆ

เห็นอะไรบ้างจากการ Work From Home?

นี่คือความคิดในครั้งแรกของผมเมื่อรู้ว่าบริษัทที่ผมสนใจนั้นสามารถ Work From Home ได้ และเชื่อว่ามีหลายๆคนที่คิดเหมือนกันแบบนี้

Work From Home == วันนี้ขี้เกียจออกจากบ้าน อยู่บ้านทำงานดีกว่า

ซึ่งนั่นทำให้รู้ว่าผมคิดผิด (รู้สึกว่าตัวเองแอบเห็นแก่ตัวนิดหน่อยที่คิดแบบนั้น) เมื่อได้เข้ามาทำงานจริงๆ

อย่างแรก ถ้ารรยากาศในการทำงานของออฟฟิศนั้นๆดีจริง การ Work From Home ก็มีไว้ใช้กรณีที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็อยากจะเข้าออฟฟิศมากกว่า ทุกวันนี้ผมก็เลือกที่จะเข้าออฟฟิศมากกว่าการ Work From Home เพราะเป็นคนขี้เหงา อยากจะคุยและอยากจะเฮฮากับคนในออฟฟิศมากกว่า และมันทำให้ชีวิตในวัยทำงานมันมีรสชาติมากกว่า รวมไปถึง Culture ของออฟฟิศที่เอื้อให้ทุกคนในทีมพูดคุยกันตลอดเวลา จึงทำให้รู้สึกว่ามันสะดวกและไวกว่าการพิมพ์คุยกัน

แต่เมื่อใดที่รู้สึกว่าอยากจะ Work From Home มากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุจำเป็น ก็ต้องลองถามกลับดูว่า เพราะอะไรที่ทำให้คนๆนั้นไม่อยากเข้าออฟฟิศไปนั่งทำงานในออฟฟิศ แล้วสามารถแก้ไขได้มั้ย?

อย่างที่สอง Productivity ในการทำงานตอน Work From Home ดีกว่าตอนอยู่ที่ออฟฟิศโคตรๆ อาจจะเพราะว่าออฟฟิศของผมนั้นมีการพูดคุย เล่นเกม เล่นมุกตลกโปกฮา ชวนทำนู่นทำนี่อยู่บ่อยๆ จนทำให้หลุดโฟกัสจากงานได้ง่ายๆ จนถึงกับเคยขอ Work From Home อยู่ครั้งหนึ่ง เพราะว่ามีงานที่จำเป็นต้องโฟกัสกับมันเพื่อทำให้เสร็จ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Work From Home จะช่วยให้พนักงานมี Productivity ที่ดีขึ้นเสมอไป เพราะสุดท้ายก็อยู่ที่ว่าคนๆนั้นขอ Work From Home ไปเพื่ออะไรและมีความรับผิดชอบต่องานมากน้อยแค่ไหนอยู่ดีครับ

สุดท้าย

ฝั่งบริษัท ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้หลายบริษัทเริ่มยอมให้พนักงานสามารถ Work From Home ได้ เพราะมันเป็นสวัสดิการที่ดีต่อทั้งคู่ ถึงแม้ว่าจะใช้กับไม่ได้กับทุกๆคนในบริษัท ก็ควรใช้กับบางตำแหน่งที่เนื้องานสามารถ Work From Home ได้ แต่ก็อยู่ที่ว่าคุณจะให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่ากันระหว่างปัญหาเหลื่อมล้ำระหว่างตำแหน่งกับ Productivity ในภาพรวมของพนักงาน

ฝั่งพนักงาน การ Work From Home ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ทำให้เราสามารถใช้เป็นข้ออ้างในการขี้เกียจทำงาน เพราะถ้าทำแบบนั้น Productivity ของเราก็จะลดลงและส่งผลเสียกับเราในระยะยาวอยู่ดี แต่จริงๆแล้วการ Work From Home นั้นมีไว้เพื่อให้เรายังสามารถรักษา Productivity เพื่อไม่ให้ลดลงต่างหาก และถ้าคุณมีความสุขกับออฟฟิศนั้นๆมากพอ คุณก็จะลืมเรื่อง Work From Home ไปโดยปริยายและนึกถึงมันก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นเท่านั้น

แต่ก็อย่างที่บอกในตอนแรกครับ ว่าการ Work From Home ที่เหมาะสมสำหรับผมนั้นคือการที่พนักงานก็ยังต้องเข้าออฟฟิศอยู่เหมือนเดิมแหละ แต่สามารถขอ Work From Home เป็นบางครั้งเมื่อมีเหตุจำเป็น เพราะหัวใจของการทำงานที่ดีคือการที่คนในทีมสื่อสารด้วยกันได้ราบลื่น ซึ่งการ Work From Home จะไม่ตอบโจทย์นี้ได้

สุดท้ายแล้วเนื้อหาในบทความนี้ก็เป็นแค่เพียงมุมมองของผมเท่านั้น ถ้าผู้อ่านมีมุมมองที่แตกต่างกันไปหรืออยากแชร์ประสบการณ์ใดๆที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถแสดงความคิดเห็นมากันได้เลยฮะ

Lovely android developer who enjoys learning in android technology, habitual article writer about Android development for Android community in Thailand.

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store